Create a CC.CC site!
No cost needed
No coding needed

Start now >>
Search by Name
ขั้นตอนการขายประกันชีวิต
Business & Industrial > Businesses & Websites for Sale > Marketing (Finance)

ขั้นตอนการขายอย่างง่ายๆ
การเตรียมการก่อนเข้าพบ
1.การเตรียมรายชื่อผู้มุ่งหวัง
2.การเตรียมตัวภายนอก
3.การเตรียมตัวภายใน
4.การเตรียมอุปกรณ์การขาย

1.การเตรียมรายชื่อผู้มุ่งหวัง
- การใช้สมุดรายชื่อผู้มุ่งหวัง
(PROJECT 100)
-การวิเคราะห์ผู้มุ่งหวัง
(MANHARA)

MANHARA
MONEY แปลว่า มีเงิน
AUTHORITY แปลว่า มีอำนาจตัดสินใจ
NEED แปลว่า มีความจำเป็น
HEALTH แปลว่า มีสุขภาพที่ดี
AGE แปลว่า มีอายุที่เหมาะสม
RELATION แปลว่า มีความสัมพันธ์ที่ดี
APPROACHABLE แปลว่า สามารถเข้าพบได้

การเตรียมตัวภายนอก
หมายถึงบุคลิกภาพ การแต่งกาย ที่เหมาะสม น่าเชื่อถือ
ความประทับใจ แรกพบ
(FIRST IMPRESSION)

การเตรียมตัวภายใน
-ความเชื่อ *ในสินค้า
*ในขบวนการ
*ในตนเอง
-ความคิด อย่าสนใจคนอื่นว่าจะคิดอย่างไรกับเรา
แต่จงสนใจว่าเรา คิดอย่างไรกับเขา

การเตรียมอุปกรณ์การขาย
*ข้อเสนอ การขาย
*ใบสมัครประกันชีวิต
*ใบร่างฯ
*ตัวอย่างการเคลม
*ภาพจากไทยนิวส์
*อื่นๆ

ขั้นตอนการขาย
1.นัดหมาย
2.เข้าพบ และทำให้ชอบ
3.ทำให้ฟัง
4.ทำให้สนใจ
5.ทำให้ตัดสินใจ
6.ขอต่อรายชื่อ

นัดหมาย
การนัดหมายไม่ใช่การขายดังนั้นจึงอย่าขายทางโทรศัพท์เด็ดขาด
วัตถุประสงค์ของการนัดหมาย คือ รู้เวลา สถานที่ เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อรู้ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ
นัดหมาย
ถ้ารู้ว่าไปแล้วได้พบแน่ : ไปเลย
รู้จักสนิท : นัดเหมือนที่เคยนัดโดยไม่ต้องบอก ว่าจะไปคุเรื่องประกัน
รู้จัก : บทนัดหมายอย่างง่ายๆ
แนะนำ : บทนัดหมายลูกค้าแนะนำ

การเข้าพบและทำให้ชอบ
หมายถึง การให้ผู้มุ่งหวังชอบเราโดยเป็นนักถาม และนักฟังที่ดี สนใจในตัวเขา (จ้องจับถูก) เช่น
-สภาพแวดล้อม -ครอบครัว -ความสัมพันธ์ในอดีต
-บุคลิกภาพ -การงาน -อื่นๆ
-ความคิด -ความสำเร็จ -จิตใจ
-งานอดิเรก

ทำให้ฟัง
ลูกค้า จะซื้อก็ต่อเมื่อ เขาสนใจ
เขาจะสนใจ ก็ต่อเมื่อเขาฟัง
เขาจะฟัง ก็ต่อเมื่อ เขารู้สึกสบายใจ
และเขาจะรู้สึกสบายใจ ก็ต่อเมื่อ
เขารู้สึกว่าเราไม่ผูกมัดเขา

ทำไห้สนใจ
การอธิบายผลประโยชน์ ด้วยการกระตือรือร้น ช้าๆ ชัดๆ อธิบายจบ ให้สรุปผลประโยชน์ อย่างคร่าวๆ อีกครั้งหนึ่ง

ทำให้ตัดสินใจ
คำถามหลังอธิบายผลประโยชน์
1.มีส่วนไหนที่ผมอธิบายเร็วไปหรือไม่ชัดเจนไหมครับ
2.คิดว่าดี และ มีประโยชน์ไหมครับ

ปิดการขาย
1.ขอบัตรประชาชน 2.กรอกใบร่าง
3.แจ้งความคุ้มครอง PA. 4.เก็บเงิน
5.ท้าทายตรวจสุขภาพ 6.ขอ ORDER

ข้อโต้แย้งที่ตัวแทนใหม่มักพบ
คิดอย่างไรจึงมาขายประกัน
คุณไม่อยู่แล้วผมจะทำอย่างไร
ขอต่อรายชื่อ
ขอให้แนะนำชื่อผู้มุ่งหวังทุกครั้ง ไม่ว่าจะขายได้ หรือไม่ได้ โดยช่วยเขาคิดและช่วยนำความคิดเขา

การปิดการขายแบบมืออาชีพ
มีสาเหตุสำคัญ 4 ประการที่ทำให้ตัวแทน ขายไม่ได้
1.ตัวแทนเชื่อลูกค้า เชื่อว่า ลูกค้าไม่มีเงินซื้อ
“ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องซื้อ
“ ลูกค้าไม่รีบร้อนต้องซื้อ (ช้าหน่อยก็ได้)
“ ลูกค้ามีเหตุผลที่ดียังไม่ซื้อกับเรา
2.ตัวแทนไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร? โดยเฉพาะในเรื่องการตอบข้อโต้แย้ง หรือ เทคนิคในการนำเสนอ รวมถึงขั้นตอนที่จำเป็นในการขาย
3.ตัวแทนไม่ได้ปิดการขาย เกือบจะไม่มีเลยที่ลูกค้าขอซื้อ หลังจากที่เสนอแบบหรือสร้าง Need โดยปราศจากการชี้นำอย่างถูกต้อง และเหมาะสมโดยตัวแทนว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป นั่นก็คือ……..
การปิดการขาย เพราะการปิดการขายเป็นเพียง ขบวนการหนึ่งที่จะสามารถทำให้ลูกค้าตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในการนำเอาปัญหาที่มีอยู่ปรืออาจจะมีในอนาคต ของเขา/ครอบครัวเขา/ธุระกิจของเขาโยนให้ บริษัทประกันชีวิตเป็นผู้รับภาระไป โดยผ่านตัวแทนที่ดีๆอย่างเรา
4.ตัวแทนปิดการขายน้อยครั้งเกินไป ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่า จะต้องปิดการขายกี่ครั้ง ก่อนลากลับ หรือจนกว่าจะขายได้ เพราะลูกค้าแต่ละคนก็แตกต่างกันไป บางคนก็บอกว่า 3 ครั้ง ขึ้นไป แต่ไม่ควรเกิน 6 ครั้ง นักขาย MDRT ของโลกเคยบอกว่าจำนวนครั้งของการปิดการขายของเขา (ในการเสนอต่อผู้มุ่งหวังที่เขาทราบว่าประกันชีวิตจำเป็นและสำคัญอย่างมากสำหรับเขา) จะมีค่า เท่ากับคำปฏิเสธของลูกค้า + 1 เสมอ

การปิดการขายแบบง่ายๆ ที่เป็นธรรมชาติแต่ได้ผล
1.ขอบัตรประชาชน
2.กรอกใบร่างใบสมัคร
3.ให้ลูกค้าเขียนชื่อผู้รับประโยชน์ด้วยตนเอง
4.ให้ลูกค้าเซ็นชื่อในใบร่าง และยื่นใบสมัครตัวจริงให้เซ็นต่อ
5.ออกใบเสร็จ (เก็บเงิน/เช็ค)
6.นัดตรวจสุขภาพหรือ BPO (ถ้าเกินวงเงินที่สามารถ NON – MED)

วิธีอื่นที่ใช้ในการปิดการขาย
1.ใช้คำคม…..คำถาม…..แนวเปรียบเทียบ
2.เล่าเรื่องจริงสะเทือนใจ
3.ใช้ภาพ หรือ เหตุการณ์จากหนังสือพิมพ์ หรือ จาก THAI – NEWS
4.ใช้การท้าทายตรวจสุขภาพ ตรวจวงเงินสูงกว่า 1 ล้าน แล้วค่อยเก็บเงินภายหลังจากอนุมัติแล้ว
5.ปิดการขายทุกครั้งหลังตอบข้อโต้แย้ง
6.ปิดการขายโดยขอให้เขาช่วยสนับสนุน (เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของเรา)

เคล็ดลับที่ทำให้ปิดการขายได้
1.ทึกทักว่า ลูกค้าซื้อ หลังจากอธิบายแบบแล้ว
2.ปิดการขายหลายๆครั้ง (3 – 6ครั้งขึ้นไป)
3.ถ้าพยายามถึงที่สุดแล้ว ยังไม่ได้ ต้องจากกันอย่างมิตรภาพ เพราะการติตามในอนาคต (อย่าเสียคะแนนต้องเก็บคะแนนไว้)

จากสถิติของการปิดการขาย ที่สถาบันประกันชีวิตได้สำรวจมา พบว่าตัวแทน 100 คน
48 คน ล้มเลิก หลังจากได้พยายามปิดการขายครั้งแรกครั้งเดียว
20 คน ล้มเลิก หลังจากได้พยายามปิดการขายแล้ว 2 ครั้ง
7 คน ล้มเลิก หลังจากได้พยายามปิดการขายแล้ว 3 ครั้ง
5 คน ล้มเลิก หลังจากได้พยายามปิดการขายแล้ว 4 ครั้ง
มีเพียง 20 คน ที่ได้พยายามปิดการขาย 5 ครั้ง หรือมากกว่า 5 ครั้ง แล้วประสบผลสำเร็จอย่างสูงสามารถสร้างผลงานได้มากกว่า 80% ของธุรกิจประกันชีวิตในปัจจุบัน
สิ่งสำคัญก็คือ แนวโน้มที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อ หรือ ความเป็นไปได้ในการปิดการขายสำเร็จ มักจะอยู่ที่ ความพยายามในการปิดของตัวแทน 4 – 5 – 6 ครั้ง เสมอ
ข้อโต้แย้ง (ก่อนการปิดการขายหรือหลังจากได้พยายามปิดการขาย) ข้อโต้แย้งที่น่ากลัวที่สุดและมักได้ผลมากที่สุด มิได้มาจากผู้มุ่งหวัง แต่มาจาก ตัวเราเอง ที่เป็นคนขายต่างหาก อย่าคิดว่า ลูกค้าคงคิดอย่างนั้น อย่างนี้
………..อย่าคิดแทน ลูกค้าเป็นอันขาด……….
ถ้าตัวแทนวิเคราะห์ลูกค้าได้ดี และถูกต้อง พร้อมกับ ดำเนินการต่างๆตามขั้นตอนได้ อย่างเหมาะสม มักจะไม่พบข้อโต้แย้งที่รุนแรง จนเกินกว่าจะสามารถปิดการขาย ในรานั้นอย่างแน่นอน

โดยทั่วไปข้อโต้แย้งมี 2 ประเภท
1.ข้อโต้แย้ง แท้จริง ถ้าเราวิเคราะห์ผู้มุ่งหวังอย่างถูกต้อง ข้อนี้จะไม่มี
2.ข้อโต้แย้ง บ่ายเบี่ยง เป็นเหตุผล หรือข้ออ้าง ที่ผู้มุ่งหวังยังไม่ต้องการตัดสินใจ

เทคนิคการแก้ปัญหาข้อโต้แย้ง
ต้องเริ่มต้นจาก การสร้างท่าทีที่เหมาะสม จากภายในตัวของเราเอง ก่อนได้แก่
1.จงมีความจริงใจ นักขายต้องมีความกระตือรือร้น, เปิดเผย, สุจริตใจและมีความเชื่อมั่น ในคุณประโยชน์ของกรมธรรม์ประกันชีวิตอย่างแท้จริง มีความจริงใจที่จะมอบสิ่งที่ดี ให้กับลูกค้าเพื่อจะช่วยแก้ปัญหาอันอาจจะเกิดขึ้นในภาคหน้าได้
2.จงมีความเชื่อมั่น จะมีได้ต้องมีความรู้ เบื้องต้น ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกว่ามีอำนาจในการพูดให้ลูกค้าเชื่อตาม ต้องไม่มีท่าทีลังเล หรือติดขัดในการตอบคำถามของลูกค้า มีผู้กล่าวว่า ลูกค้าซื้อประกันจากตัวแทนเพราะตัวแทนเชื่อมั่นในตนเอง
3.จงใช้เทคนิคการทูต โดยการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า ด้วยความอดทน และละเอียดรอบคอบ พร้อมกับการตอบที่ใช้ ศิลปะ, สุภาพ, อ่อนน้อม, มีเหตุผล และต้องเข้าใจลูกค้าอยู่เสมอ
4.อย่าเอาใจใส่ต่อข้อโต้แย้งอย่างจริงจังมากเกินไป บางครั้งนักขายที่มีไหวพริบปฏิภาณจะไตร่ตรองก่อนตอบหรือไม่ก็ละเลยข้อโต้แย้งนั้นไปเลยโดยใช้ศิลปะหันเหไปพูดเรื่องอื่นแทน
NO NEED NO HURRY NOMONEY NO CONFIDENT OBJECTIKON

จะจัดการกับข้อโต้แย้งอย่างไร
1.คาดการณ์ล่วงหน้า การศึกษาว่ามีข้อโต้แย้งในตลาด พร้อมกับการวิเคราะห์ว่า การเข้าพบลูกค้ารายนี้อาจมีข้อโต้แย้งอะไรบ้าง? จะทำให้เราเตรียมตัวท่องบทไว้ก่อนได้ และทำให้มั่นใจมากขึ้นในการเข้าพบ เพราะบางทีสิ่งที่เราคาดไว้ อาจจะไม่มีเลยก็ได้
2.เปลี่ยนรูปเรื่อง หมายถึงการรู้จักเบี่ยงเบนความสนใจในปัญหาข้อโต้แย้งบางข้อ ซึ่งความจริงแล้วลูกค้าก็ไม่ได้จริงจังอะไร เพียงแต่ได้เคยรับฟังจากผู้อื่นมาอีกทีหนึ่ง ตัวอย่างเช่น เคลมยาก หรือบริษัทประกันเอาเปรียบมากเกินไป เป็นต้น
3.เล่าเรื่อง การรู้จักเล่าเรื่องจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานจากหน้าหนังสือพิมพ์หรือ ข่าวต่างๆ จะช่วยชักจูงให้ลูกค้ากลับมาสนใจอีกครั้งหนึ่ง หลังจากมีข้อโต้แย้งมากมาย ตัวอย่างเช่น เล่าเรื่องคุณเอกชัย นพจินดา (ย.โย่ง) พร้อมกับภายใน ที่ภรรยาเขารับสินไหม แค่ ล้านกว่าบาท ทั้งที่ค่าตัวของเขา ควรจะมีมากกว่า 10 ล้านบาท หรือ 100 ล้าน ถ้ายังสามารถทำงานได้ต่อไป
4.ใช่ครับ – แต่ นักขายที่ดีต้องรู้จักเป็นพวกเดียวกับลูกค้าก่อน เข้าใจลูกค้าก่อนแล้วค่อยให้ลูกค้าเข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องรีบตัดสินใจซื้อประกันโดยพูดคำว่า ใช่ครับ…..แต่ หรือ ครับ คุณลูกค้า ผมเข้าใจที่คุณลูกค้า…..แต่…
5.ละเลยข้อโต้แย้ง โดยการใช้คำพูดว่า นอกจากปัญหานี้แล้ว……ยังมีปัญหาอื่นอีกไหมครับ ให้ลูกค้าปลดปล่อย อาวุธ หรือ เกราะป้องกันตัวเองให้จนหมด แล้วค่อยตอบในข้อที่เห็นว่า สำคัญหรือ มีผลต่อการตัดสินใจของเขามากที่สุด
การปิดการขายสูตร CLOSE
Can you qualify ? คุณมีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่
ไม่ทราบว่าโครงการนี้ดีแลเหมาะสมไหมครับหรือเคยเสียใจกับการที่ตัดสินใจที่ดี และเหมาะสมไหม (หยิบใบร่าง)
การกรอกใบร่างให้สอบถามที่คำถามสุภาพก่อน แล้วค่อยถามข้อมูลอย่างอื่นโดยให้เว้นชื่อผู้รับผลประโยชน์ไว้ก่อน เมื่อถามข้อมูลทุกอย่างเสร็จแล้วส่งใบร่างและปากกาไปให้ลูกค้าแล้วถาม สมมุตถ้าจะทำจะยกผลประโยชน์ให้ใครช่วยเขียนตรงนี้ครับ
เมื่อเขียนชื่อผู้รับผลประโยชน์เสร็จให้สรุปลงชื่อโดยพูดว่าเมื่อสักครู่คุณลูกค้าบอกว่าโครงการนี้ดีและมีประโยชน์ และก็บอกว่าไม่เคยเสียใจกับการตัดสินใจที่ดีและเหมาะสม และคุณลูกค้าก็ตั้งใจทำในสิ่งที่ดีนี้เพื่อคนที่คุณรักคือ….เพื่อให้ทุกอย่างเริ่มต้นและเป็นการสนับสนุนผมด้วย ช่วยกรุณาลงชื่อตรงนี้ด้วยครับ (ชี้ไปตรงที่กากบาทที่ลงลายมือชื่อผู้เอาประกัน)
LOSS PROOF พิสูจน์ว่า ไม่มีโอกาสขาดทุน

คุณลูกค้าเห็นด้วยไหมครับที่ทันทีที่เริ่มโครงการนี้มีอยู่เพียง 4 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
1.คุณฝากจนครบ ซึ่งคุณคงรู่สึกดี ที่คุณมีเงินเก็บ
2.คุณฝากไม่ครบเพราะจากไปก่อนคุณก็คงยังพลอยสบายใจได้ว่าคนที่คุณรัก ยังคงอยู่ได้
3.คุณฝากไม่ครบเพราะเกิดพิการ ในกรณีนี้คุณยังคงพอสบายใจได้ว่ายังมีคนดูแล
4.คุณต้องหยุดฝากเพราะมีปัญหาทางการเงินในสถานการณ์เช่นนั้นคุณจะรู้สึก ดีไหม ที่คุณยังมีเงินก้อนไว้พึ่งพาได้
เห็นด้วยไหมว่าตั้งแต่เริ่มฝากไม่ว่าคุณจะฝากได้ครบหรือไม่ครบ เพราะอะไรก็ตามคุณไม่มีโอกาสสูญเสียเลย โครงการนี้ดีและเหมาะสมไหมครับ
Obligation ภาระ
คุณลูกค้าครับผมเข้าใจดีครับว่าคุณลูกค้าอาจรู้สึกว่ามันเป็นภาระ ในการทำโครงการนี้ เรามาดูกันนะครับว่ามันเป็นภาระที่น่ารับไว้หรือไม่
ภาระคุณ ภาระบริษัทประกัน
1.ฝากเงินปีละ………บาท 1.ดูแลสะสมเงินให้
2.จัดสร้างเงินกองมรดกสำหรับคนที่เรารัก
3.ดูแลค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย
4.ชดเชยรายได้ให้กรณีได้รับบาดเจ็บจากอุบัติ
เหตุ
5.เลี้ยงดูหากทุพพลภาพ (พิการ)
6.ชดเชยค่าเสียเวลากรณีนอนโรงพยาบาล
7.ค่ารักษาพยาบาลพิเศษกรณีป่วยเป็นโรคร้ายแรง
8.หักลดหย่อนภาษี
คุณลูกค้าครับเห็นด้วยใช่ไหมครับว่าหากเราไม่รับภาระฝั่งซ้าย ภาระฝั่งขวาก็จะเป็นของเราคุณลูกค้าครับคงเห็นด้วยนะครับว่าภาระฝั่งซ้ายเรารับมือง่ายกว่าเบากว่า ยกภาระฝั่งขวาให้เป็นของบริษัทประกันชีวิตเถอะครับ ไม่ทราบว่าวงเงินที่ผมเสนอไปคงเหมาะสมนะครับ ช่วยลงชื่อตรงนี้ครับ
Seek hidden objection ค้นหาข้อโต้แย้งที่แท้จริง

วิธีจัดการกับข้อโต้แย้ง
1.เข้าใจข้อโต้แย้งนั้นจริง ๆ คุณลูกค้าครับ…….(ข้อโต้แย้ง)…….หมายถึง……
2.ให้ลูกค้าบอกข้อโต้แย้งในใจออกมาให้หมด คุณลูกค้าครับนอกจากปัญหานี้แล้วยังมีปัญหาอื่นอีกไหมครับ
3.ตอบเฉพาะข้อโต้แย้งที่สำคัญสุด คุณลูกค้าครับจากปัญหาที่คุณลูกค้าบอกผมมาทั้งหมดปัญหาไหนที่คุณลูกค้าคิดว่าสำคัญที่สุดครับ
4.ตรวจสอบข้อโต้แย้งอีกครั้ง คุณลูกค้าครับถ้าคุณลูกค้าสบายใจกับปัญหานี้คุณลูกค้าตัดสินใจได้เลยใช่ไหมครับ
5.ตอบเฉพาะข้อโต้แย้งนั้น
Example
Examination
Example เล่าเรื่องจริงสะเทือนใจ
Examination ท้าทายตรวจสุขภาพ
คุณลูกค้าครับเห็นด้วยไหมครับที่เราทำงานอยู่ทุกวันนี้เราต้องจ่ายค่าแห่งความสำเร็จและการจ่ายค่าแห่งความสำเร็จก็ไม่ใช่การที่มีสุขภาพที่ดีขึ้นจากสถิติพบว่าคนทั่วไปที่อายุใกล้เคียงกับคุณลูกค้า 3 ใน 5 คนยังมีสุขภาพที่ดี ส่วน 2 ใน 5 นั้นสุขภาพเริ่มมีปัญหา จากการตรวจสุขภาพกับบริษัท ประกันชีวิต หากาตรวจแล้วพบว่าคุณลูกค้าเป็นกลุ่ม 3 ใน 5 คุณลูกค้ามีสิทธิเข้าร่วมโครงการนี้ แต่ถ้าเป็นกลุ่ม 2 ใน 5 บริษัทประกันจะรายงานผลพร้อมคำแนะนำให้อย่างนี้ยุติธรรมไหมครับ เป็นอันว่าพรุ่งนี้เช้าผมมารับไปตรวจสุขภาพนะครับ

หมายเหตุ
การใช้สูตรปิดการขายสูตร CLOSE นี้ให้ใช้ตามลำดับ โดยยังไม่ต้องสนใจข้อโต้แย้งระหว่างการใช้

คำคมในการปิดการขาย
1.ในยามที่คุณทำงานไม่ได้ มีใครบ้างที่ยื่นมือเข้ามา ชดเชยความทุกข์ของคุณ
2.เราเคยมองข้ามความสำคัญของตัวเองบ้างไหม ว่ามีอีกกี่ชีวิตที่ต้องพึ่งพาคุณ ถ้าหากว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณอีกกี่ชีวิตจะต้องเดือดร้อน
3.ถึงแม้เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว โดยที่เรามิได้ป้องกันไว้ เราอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต จริงหรือไม่
4.คนเราเสียสิ่งที่ดี เพราะปล่อยให้โอกาสผ่านไป จังหวะที่ดีมีไม่บ่อยนัก เพราะฉะนั้นวันนี้ คุณจะปล่อยโอกาสที่ดีให้ผ่านไปหรือ
5.ถ้าวันนี้คุณลุกจากเก้าอี้ตัวนี้ จะต้องใช้เงินอีกเท่าไร จึงจะแทนรายได้ปัจจุบันของคุณได้ ถ้านับแต่นี้เป็นต้นไป รายได้ของคุณหยุดหมด มีแต่รายจ่าย คุณคิดว่าหลักทรัพย์ของคุณที่มีอยู่มากพอที่จะใช้ต่อนานแค่ไหน
6.ทุกวันนี้ คุณก็รับผิดชอบภาระมากอยู่ แล้วทำไมไม่โอนภาระส่วนนี้ให้คนอื่นรับผิดชอบบ้าง
7.ในขณะที่คุณไม่สามารถทำ 2 สิ่งในเวลาเดียวกัน ต้องมาดูว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน ราคาบ้านจะขึ้นไปเท่าไร ถ้าลูกของคุณเรียนจบ สิ่งที่เขาจะได้รับมากกว่าราคาบ้านที่ขึ้นไปหรือไม่
8.ในขณะที่คุณยังแข็งแรง ทำงานได้เงินเพียง 10% ยังขาดไม่ได้ถ้าวันหนึ่งครอบครัวของ คุณต้องขาดรายได้ทั้งหมด 100% คุณคิดว่าครอบครัวของคุณจะเดือดร้อนมากกว่าคุณหรือไม่
9.ทุกครั้งที่คุณเห็นว่าดี แล้วตัดสินใจทำ คุณเคยรู้สึกเสียใจบ้างหรือไม่
10.ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณ มีคนหนึ่งที่เสียใจไม่น้อยกว่า คือผม อย่าให้ผมต้องถูกประนามเลยว่า เป็นคนไม่รับผิดชอบ

โครงการเกษียณอายุ (Retirement Plan)
คุณลูกค้าครับ ที่สุดชองชีวิตคนเรา วันหนึ่งเราก็ต้องถึงวัยเกษียณอายุ เมื่อถึงวันนั้น ถ้าเลือกได้ เราอยากเลือกที่จะมีชีวิตในวัยเกษียณอายุอย่างไรดีครับ?
1.ตัวคนเดียว ลูกหลานไม่สนใจ, ยังคงต้องทำงานหนักทั้งๆที่เป็นวัยควรพักผ่อน, ยังคงต้องแบกภาระไว้ที่ตัวเราคนเดียวหรือจะเป็นอย่างที่ 2
2.มีความอิสระทางการเงิน และความเป็นอยู่ เป็นผู้สูงอายุที่ลูกหลานคอยเอาใจ มีงานอดิเรกทำอย่างมีความสุข ไม่ต้องทำงานหนัก ถ้าเลือกได้ คุณลูกค้าอยากเป็นแบบที่ 2 ใช่ไหมครับ
คำตอบของทุกๆคน ร้อยละ 100 ก็เป็นแบบที่ 2
แต่สภาพของความเป็นจริงในสังคมทุกวันนี้ คืออะไรครับ?
คนหนุ่มสาว 100 คนเมื่อย่างก้าวถึงวัยเกษียณอายุจะพบว่า
มีเพียง 1 คนเท่านั้นที่ร่ำรวย
และ 4 คนที่มีความอิสระทางการเงิน
มีถึง 25 คนที่ยากจนต้องพึ่งพาลูกหลานหรือสถานสงเคราะห์ คนชรา
มี 29 คนที่จากไปก่อนวัยเกษียณมาถึง (ช่วยไม่ได้)
และมีถึง 41 คนยังเป็นคนแก่ที่ต้องทำงานหนัก ทั้งๆที่เป็นวัยควรพักผ่อนแล้วก็ตาม
จะเห็นว่า 100 คนที่ฝันว่า ชีวิตยามเกษียณจะสบาย แต่มีเพียง 5 คน เท่านั้นที่บรรลุฝันของตน เห็นด้วยไหมครับกับคำพูดที่ว่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้วางแผนเพื่อพบกับความล้มเหลวแต่คนล้มเหลวเพราะไม่ได้วางแผนที่ดีล่วงหน้าต่างหาก วันนี้ หน้าที่ Financial Planner ที่ดีอย่างผมก็คือการออกมาพบคนเพื่อช่วยบอกทุกคนให้วางแผนอย่างไม่ประมาทเพื่อตัวของเขาเองในอนาคต
จากบทสรุป + วิเคราะห์ พอจะบอกได้ว่า สาเหตุที่ทำให้คนแก่ไม่มีเงินเก็บยามเกษียณ ได้แก่
1.คนส่วนใหญ่มักมีนิสัยใช้ก่อนเก็บมีเงินออกมาแต่ละเดือนก็ใช้ไปก่อนถ้าเหลือก็ค่อยเก็บ ไม่เหลือก็ไม่มีเก็บ ตั้งใจอยากเก็บทีไรก็ไม่ได้เริ่มเก็บซักที จริงไหมรับ?
2.พอมีเก็บได้เริ่มเก็บ ระบบที่เก็บทุกวันนี้ของคนทั่วไปเป็นแบบ เก็บเพื่อใช้ ฝากง่ายถอนง่าย ก็คือ การฝากธนาคารฝากไปมากๆ ก็มักมีสิ่งที่เย้ายวนใจ พออยากได้ก็ถอนออกมาใช้ (บางอย่างก็จำเป็นแต่ส่วนใหญ่ก็มักไม่จำเป็นมากนัก) ในที่สุดก็ไม่มีเก็บยามเกษียณ
3.บางครั้งพอเก็บได้มาก ๆเป็นเงินก้อนใหญ่ คนส่วนใหญ่ก็อยากรวยเร็วอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองก็คิดลงทุนจากเล็กๆก็มากขึ้นๆ ซึ่งการลงทุนก็ย่อมจะมีความเสี่ยงเป็นธรรมดา หากเกิดความผิดพลาดจากการลงทุน เพียงครั้งเดียว เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตอาจสูญไป ทั้งหมดได้ในพริบตา
4.บางคนมีวินัย & เก็บเงินได้ก้อนใหญ่ หวังใช้ในยามเกษียณแต่โชคร้ายเกิดเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงเรื้อรัง ต้องใช้เงินที่อุตสาห์เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตมารักษาจนหมดเนื้อหมดตัวได้เหมือนกัน
4 ข้อดังกล่าว คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย เพื่อมีเงินในยามเกษียณได้
แต่ระบบการเก็บเงินของ บริษัทประกันชีวิต ที่เรียกว่า Retirement Plan เป็นระบบการออมเงินระยะยาว และสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้ง 4 ข้อได้ เพราะจุดเด่นของโครงการนี้คือ
1.เป็นโครงการที่สร้างนิสัย เก็บก่อนใช้ ไม่ใช่ ใช้ก่อนเก็บ เหมือนกับการบังคับเก็บก่อนทุกๆปี หรือทุกๆ 6 เดือน ที่เหลือค่อยเอาไปใช้
2.เป็นโครงการที่ เก็บเพื่อเก็บ เก็บเพื่อใครบางคนที่หน้าตาเหมือนกับเราในอนาคต (แต่แก่กว่า) อีก 10 – 20 ปีข้างหน้า
3.เป็นโครงการที่ ปราศจากการขาดทุน
ปราศจากการเสี่ยง และ รู้ผลตอบแทนที่
แน่นอนตั้งแต่เวลาที่เราเริ่มออม
4.เป็นโครงการที่เราสามารถซื้อความคุ้มครองหรือสวัสดิการเพิ่มเติมเผื่อว่า หากเกิดเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุต่างๆ เราจะสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้โดย ไม่มีผลกระทบกระเทือนกับยอดเงินออมที่เราตั้งใจใช้ในยามเกษียณเราลองมาดูกันดีไหมครับว่าจำนวนเงินสักเท่าไร? ที่เราอยากให้มีในตอนเกษียณอายุ 3 ล้านบาท 5 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาท ดีครับ โครงการนี้ยิ่งเตรียมได้เร็วแค่ไหน ก็จะทำให้เราพร้อมมากกว่าเท่านั้นจริงไหมครับ?

บทขายโครงการคุ้มครองรายได้และความสามารถ โดยคุณวันชัย พิมลรัตน์ (นำทอง 340)
โทรนัด
ตัวแทน : สวัสดีครับ ผมวันชัย พิมลรัตน์ จากบริษัทประกันชีวิตครับ ขอเรียนสายคุณพี่เฉลิมครับ
ผู้มุ่งหวัง : ครับผมเฉลิม พูดสายอยู่ครับ
ตัวแทน : พี่เฉลิมจำพี่สมชาย ที่เรียนเภสัช รุ่นเดียวกับพี่ได้หรือเปล่าครับ
ผู้มุ่งหวัง : อ๋อจำได้ มีอะไรหรือเปล่า
ตัวแทน : พี่สมชายเป็นลูกค้า ของบริษัทประกันชีวิตที่ผมทำอยู่ครับ พีสมชายแนะนำว่าผมควรจะทำความรู้จักกับพี่เฉลิมเพราะพี่เป็นคน มีอัธยาสัยดี และเป็นคนเก่งของรุ่น ผมจึงโทรมาขออนุญาติเพื่อเข้ามาทำความรู้จักกับพี่ครับ ไม่ทราบว่าวันนี้พี่สะดวกให้ผมเข้ามาพบช่วงเช้า หรือช่วงบ่ายดีครับ
ผู้มุ่งหวัง : คุณวันชัย จะมาขายประกันผมหรือ
ตัวแทน : พี่กำลังจะซื้อประกันอยู่หรือครับ
ผู้มุ่งหวัง : อ๋อไม่ใช่ ผมไม่ชอบเลยเรื่องประกัน
ตัวแทน : พี่ครับเรื่องงานของผมเป็นเรื่องรองครับ เรื่องสำคัญผมต้องการที่จะทำความรู้จักคนเก่งๆอย่างพี่ครับ เพื่อจะได้เรียนรู้ประสบการณ์จากพี่ครับ ผมขออนุญาตนะครับไม่ทราบว่าพี่สะดวกช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายครับ
ผู้มุ่งหวัง : ผมกลัวว่าคุณจะเสียเวลาเปล่าๆนะ คุณวันชัย
ตัวแทน : พี่ครับอย่ากลัวเลยครับ คำว่าเสียเวลาสำหรับผมขอเพียงได้มีโอกาสพบคนที่ประสบความสำเร็จสักครั้งก็เกินคุ้มแล้วครับ การที่ได้พูดคุยเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จจะทำให้เราได้รับโอกาสดีๆครับ
ผู้มุ่งหวัง : ถ้าอย่างนั้นผมขอเป็นช่วงบ่ายๆแล้วกัน
ตัวแทน : ไม่ทราบว่าพี่สะดวกให้ผมมาพบที่บ้าน หรือที่ทำงานดีครับ
ผู้มุ่งหวัง : มาพบผมที่บ้านตอนห้าโมงเย็น แล้วกันนะ
ตัวแทน : ถ้าอย่างนั้นห้าโมงเย็นวันนี้ ผมจะมาพบพี่ที่บ้านนะครับ ขอบคุณครับ
บทการเข้าพบ และเปิดใจ
ตัวแทน : สวัสดีครับ พี่เฉลิม ผมวันชัย จากบริษัทประกันชีวิตครับ ผมขออนุญาต ขอนามบัตรของพี่นะครับ ขอบคุณครับ บ้านพี่กว้างมากเลย พี่จัดบ้านน่าอยู่นะครับ พี่ออกแบบตกแต่งเองหรือครับ มีสวนข้างบ้านดูสดชื่นดีนะครับ
ผู้มุ่งหวัง : เนื้อที่ไม่มากหรอก ส่วนการตกแต่ง ก็สบายๆพี่ชอบปลูกต้นไม้ ชอบทำสวนเล็กๆ วันชัยเก่งนะหาบ้านจนถูก คุณวันชัย รู้จักสมชายนานหรือยัง สมชายเค้าสบายดีหรือ ไม่รู้ว่าหลานๆเป็นอย่างไรบ้างไม่ได้ไปเยี่ยมนานแล้ว
ตัวแทน : รู้จักพี่สมชาย ห้าปีแล้วครับพี่สมชายสบายดีครับ หลานๆก็น่ารักทุกคน เรียนเก่ง พี่สมชายพูดถึงพี่ให้ผมฟังบ่อยๆ แต่ผมไม่ได้มีโอกาสมารู้จักพี่ พี่สมชายบอกว่าในรุ่นเดียวกัน พี่เฉลิมเป็นคนเก่ง และก้าวหน้าเร็วกว่าคนอื่นๆ
ผู้มุ่งหวัง : สมชายยังเหมือนเดิมนะ ให้กำลังใจเพื่อนๆ เสมอ ถ่อมตัวตลอดเวลา เออ ว่าแต่วันชัยมาวันนี้มีเรื่องอะไรเป็นพิเศษที่จะมาคุยกับพี่หรือเปล่า
ตัวแทน : ครับวันนี้ผมมีโครงการดีๆ และมีประโยชน์ต่อพี่และครอบครัวที่ผมอยากจะคุยให้ฟังพี่ครับ หากว่าพี่ฟังดูแล้วถ้ามีประโยชน์ ผมขอให้พี่ช่วยพิจารณา ตัดสินใจ หากฟังดูแล้วไม่ดี หรือไม่มีประโยชน์ก็ขอให้พี่ลืมสิ่งที่เราคุยกัน อย่างน้อยวันนี้ผมได้มารู้จักพี่ชายที่น่านับถืออีกคนนะครับผมขออนุญาตพูดถึงรายละเอียดให้ฟัง นะครับ
(หาข้อมูล)
ตัวแทน : พี่เฉลิมทำงานที่นี่มากี่ปีแล้วครับ
ผู้มุ่งหวัง : สิบกว่าปีแล้ว เผลอเดี๋ยวเดียว ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน
ตัวแทน : ทำงานมาสิบกว่าปี อย่างนี้รายได้ ปีละเป็นล้านนะซิครับ
ผู้มุ่งหวัง : ไม่ถึงหรอกคุณวันชัย ปีหนึ่งอย่างดีก็สี่ถึงห้าแสน ต่อปี
ตัวแทน : เห็นพี่สมชายบอกว่าบริษัทที่พี่ทำอยู่นี่ เป็นองค์กรที่ใหญ่โตมาก พี่ครับเคยคิดเล่นๆ หรือเปล่าครับว่าเพราะอะไรบริษัทถึงจ่ายค่าจ้างและสวัสดิการดีๆ อย่างนี้ให้กับพี่ครับ
ผู้มุ่งหวัง : อ๋อก็เพราะพี่ทำงานให้เขานะซิ ถ้าไม่ทำงานก็คงไม่ได้หรอก
ตัวแทน : พี่ครับสวัสดิการที่บริษัทให้อยู่ทุกวันนี้ไม่ทราบว่าสวัสดิการที่ติดตัวหรือติดเก้าอี้ครับ
ผู้มุ่งหวัง : หมายถึงอย่างไร วันชัย พี่ไม่เข้าใจ
ตัวแทน : ผมหมายถึงสวัสดิการที่ได้รับอยู่ทุกวันนี้ ถ้าวันที่ต้องลงจากเก้าอี้ตัวนี้ไปแล้ว ยังคงได้รับสวัสดิการดีๆอย่างนี้จากบริษัทอยู่อีกหรือเปล่าครับ
ผู้มุ่งหวัง : วันชัย เราทำงานให้เค้า เค้าก็ให้เรา เราไม่ได้ทำงาน หรือทำงานไม่ได้เค้าก็ไม่ให้เราแล้ว
ตัวแทน : พี่ครับถ้าอย่างนั้นแสดงว่าสิ่งที่พี่ได้รับจากบริษัท มันติดที่เก้าอี้ ไม่ได้ติดที่ตัวพี่ ใช่ไหมครับ วันที่ลงจากเก้าอี้ตัวนี้ ทุกอย่างก็จบลงด้วยใช่ไหมครับ
ผู้มุ่งหวัง : มันเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ววันชัย มีความสามารถมีค่า หมดค่าเมื่อไร้ฝีมือ
ตัวแทน : พี่ครับการทำงานบริษัท ถ้าเราต้องเจ็บป่วยนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลทำงานไม่ได้สักหนึ่งเดือนมีผลกระทบอะไรกับ หน้าที่-สวัสดิการ-เงินเดือน ที่ได้รับหรือเปล่าครับ
ผู้มุ่งหวัง : ไม่กระทบหรอกนะ เพราะลาป่วยได้ตามสิทธิของกฎหมายแรงงาน สามสิบวัน
ตัวแทน : พี่ครับสมมุติว่าต้องเจ็บป่วยทำงานไม่ได้ สักสองเดือนละครับ มีหน้าที่-สวัสดิการ-เงินเดือน หรือเปล่าครับ
ผู้มุ่งหวัง : ถ้าเจ็บป่วยเกิดจากการทำงาน ก็คงพอคุยได้หรอกนะ แต่ถ้าการเจ็บป่วยไม่เกี่ยวกับงาน คงลำบากใจเหมือนกัน
ตัวแทน : พี่ครับถ้าสมมุติว่าต้องป่วยหนักสามเดือน หรือเป็นปี พี่คิดว่ามีผลกระทบอะไรหรือเปล่าครับ
ผู้มุ่งหวัง : ถ้าอย่างนั้นคงมีปัญหานายจ้างคงจ่ายซองขาวให้แน่ ยิ่งช่วงนี้เจอภาวะวิกฤติแบบนี้นายจ้างคงไม่ปล่อยให้นั่งกินนอนกินเงินเดือนฟรีๆ หรอก
ตัวแทน : พี่ครับถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ พี่คิดว่าจะมีผลกระทบถึงครอบครัว ด้วยหรือเปล่าครับ
ผู้มุ่งหวัง : ก็มีผลกระทบไปทุกอย่างนั้นแหละ วันชัย
ตัวแทน : พี่ครับถ้าสมมุติว่า เราไม่สามารถทำงานได้ ไม่ว่า หนึ่งเดือน สามเดือน หรือหกเดือนก็ตามเรายังคงได้รับรายได้ที่ได้รับอยู่ทุกๆเดือนอย่างน้อยหนึ่งปีพี่คิดว่าดีไหมครับ
ผู้มุ่งหวัง : ถ้าเป็นอย่างนั้นไปได้ก็ดีซี วันชัย ใครจะมาจ่ายให้เราละ
ตังแทน : ผมขออนุญาตเล่ารายละเอียดโครงการนี้ ให้พี่ฟังนะครับ

อธิบายแบบประกัน
มีภาพประกอบในการนำเสนอ สั้นๆโดยใช้โน๊ตบุ๊ค นำเสนอหรือแฟ้มการขาย

สรุปปิดการขาย
ตัวแทน : โครงการแบบนี้ดี ใช่ไหมครับพี่
ผู้มุ่งหวัง : ถ้าเป็นแบบนี้ก็ดีซินะ
ตัวแทน : ถ้าอย่างนั้นเริ่มต้นวันนี้เลยนะครับ เพียงพื่อเซ็นต์เชื่อเปิดบัญชีวันนี้ ความมั่นคงทางการเงินเกิดขึ้นทันทีและเพื่อ อนาคตของหลานๆทั้งสองนะครับ ครับเซ็นต์ชื่อตรงนี้เลยนะครับ
ผู้มุ่งหวัง : เออ คุณวันชัย อย่างนี้ได้ไหม คือผมขอปรึกษาภรรยาดูก่อน
ตัวแทน : ได้ซิครับพี่ เป็นธรรมดาครอบครัวจะทำอะไรก็ต้องคุยกันก่อนนะครับ พี่ครับนอกจากปรึกษาภรรยาแล้วยังมีประเด็นอื่นๆที่ทำให้พี่ยังไม่ตัดสินใจหรือเปล่าครับ
ผู้มุ่งหวัง : ก็คงต้องปรึกษาภรรยาก่อนนะวันชัย
ตัวแทน : ถ้าไม่ติดที่ประเด็นนี้พี่คงตัดสินใจใช่ไหมครับ
ผู้มุ่งหวัง : ก็คงตัดสินใจได้เลย
ตัวแทน : พี่ครับน่าภูมิใจแทนภรรยาของพี่นะครับ ที่สามีให้เกียติเสมอไม่ว่าจะทำอะไร
ตอบข้อโต้แย้ง
ตัวแทน : พีครับขอโทษนะครับ ผมไม่ทราบว่าภรรยาของพี่เป็นตัวแทนประกันชีวิตด้วย พี่เค้าทำอยู่บริษัทไหนหรือครับ
ผู้มุ่งหวัง : อ๋อเปล่าๆ ไม่ได้เป็นตัวแทนบริษัทไหนเลย
ตัวแทน : ผมเห็นพี่บอกว่าต้องปรึกษาภรรยาก่อนผมเลยนึกว่าภรรยาของพี่เป็นตัวแทนด้วยพี่ครับผมทำงานนี้เป็นอาชีพ และทำด้วยความตั้งใจ ผมมีลูกค้าที่ผมให้คำปรึกษาและบริการอยู่หลายร้อยคนผมเชื่อมั่นว่าผมสามารถให้คำปรึกษาพี่ได้ถูกต้อง กว่าคนที่ไม่ได้ทำอาชีพนี้ พี่ครับมีส่วนไหนไหมครับที่พี่ยังไม่เข้าใจหรือสงสัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะครับ ผมยินดีอธิบาย ให้พี่ได้ครับ ในฐานะผู้นำครอบครัว ผมเชื่อว่าพี่สามารถตัดสินใจทำอะไรก็ได้ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวไม่ทราบว่าสิ่งที่ผม เล่าให้พี่ฟัง พี่คิดว่าดีและมีประโยชน์หรือเปล่าครับ
ผู้มุ่งหวัง : ฟังดูแล้วมันเป็นเรื่องที่ดีนะวันชัย แต่อย่างไรก็ตามพี่ว่าจะคิดดูอีกทีนะวันชัย
ตัวแทน : ได้ครับพี่ จะคิดอีกนานแค่ไหนก็ได้ครับ แต่ พี่ครับผมขออนุญาตนะครับ

ปิดการขายด้วยภาพ
ใช้ภาพประกอบในการปิดการขาย
พี่ครับ (ดูภาพนี้ซีครับ) ท่านมีความรับผิดชอบและภาระไม่ต่างอะไรจากพี่เลย วันหนึ่งขณะขับรถกลับจากที่ทำงานไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดขณะขับผ่านทางแยกมีรถบรรทุกวิ่งตัดหน้าและชนเข้ากับรถของท่านอย่างแรง ทำให้ต้องเสียชีวิตในทันที พี่ครับวันที่เราออกจากบ้าน แล้วไม่กลับเข้าบ้านใครบ้างที่เดือดร้อน พี่ครับวันนี้เราคุยกันไว้จำนวนเงิน 40,000 บาท พี่ครับถ้าวันนี้พี่ยังไม่พร้อมที่จะจ่ายไม่เป็นไรครับ แต่ วันข้างหน้าคนที่จะจ่ายอาจไม่ใช่เรา ลูกหรือภรรยาต้องเป็นคนจ่าย ไม่ใช่จ่ายสี่หมื่นบาท อาจต้องจ่ายด้วยความสุขทั้งชีวิตก็ได้ (ดูภาพนี้ซีครับ) พี่ครับต้องรอจนเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเราก่อนหรือครับจึงจะตัดสินใจได้ พี่ครับเพื่ออนาคตของหลานทั้งสองของผมเริ่มต้นวันนี้เลยนะครับพี่เซ็นต์ชื่อตรงนี้ครับขอบคุณครับพี่ พี่ครับ ขออนุญาตน
- C o n t a c t -

We accept : PayPal

Price: 99 Euros (€)(EUR)
 
Question(55)  -  Finance(20)  -  Management(16)  -  Consultant(7)  -  People(6)  -  Finance(5)
Copyright © .cc.cc Inc. All Rights Reserved.
Use of this service constitutes your acceptance of the CC.CC Store's privacy policy.
Moo1, Bannasan,Suratthanee, Thailand | Telephone : 081-9783470 | Fax : 077-211665 | Email : | Name : sutin nakklieng | Company : ccsure


If you suspect illegal content or abuse, please report abuse.